องค์กรสิทธิฯ : ผู้ก่อเหตุควรถูกสอบสวนในข้อหา 'อาชญากรสงคราม'
2022.11.23
ปัตตานี และนราธิวาส

ในวันพุธนี้ องค์กรสิทธิมนุษยชนสากล และภาคประชาสังคมในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประณามคนร้ายที่วางระเบิดแฟลตตำรวจในตัวเมืองนราธิวาส เหตุเกิดเมื่อวานนี้ ซึ่งทำให้มีประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 45 ราย ในจำนวนนี้เป็นเด็ก 3 ราย
ด้าน แกนนำระดับสูงของบีอาร์เอ็น ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเรื่องนี้ ส่วนพูโลปฏิเสธว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ขณะที่คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประณามผู้ก่อเหตุเช่นกัน
ในเวลาเกือบบ่ายโมงของเมื่อวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ. นราธิวาส กล่าวว่า ได้มีคนร้ายนำรถกระบะที่ดัดแปลงกดเป็นคาร์บอมบ์มาจอดที่แฟลตตำรวจ ในเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส แล้วกดระเบิด ทำให้มีตำรวจจราจรเสียชีวิต 1 นาย เกิดไฟไหม้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หลายคัน และอาคารที่พักได้รับความเสียหายอย่างมาก
“การวางระเบิดโจมตีที่พักซึ่งเต็มไปด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจและครอบครัวของพวกเขา เหมือนว่ามุ่งหวังให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตพลเรือนจำนวนมาก ผู้ก่อเหตุควรถูกสอบสวนในข้อหาอาชญากรสงคราม” น.ส. เอเลน เพียร์สัน ผู้อำนวยการภาคพื้นเอเชียของฮิวแมนไรท์วอทช์กล่าวในแถลงการณ์ในวันนี้
“ฮิวแมนไรท์วอทช์ ยังคงเป็นห่วงเรื่องการใช้ความรุนแรงทั้งจากฝ่ายความมั่นคงและกลุ่มติดอาวุธ การสังหาร การบังคับสูญหาย รวมถึงการทรมาน ซึ่งสถานการณ์นี้เกิดขึ้นในบรรยากาศของวัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิดของเจ้าหน้าที่รัฐ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้… รัฐบาลควรตระหนักว่า หากเจ้าหน้าที่สามารถกระทำการละเมิดชาวมุสลิมโดยไม่ถูกลงโทษ กลุ่มติดอาวุธก็จะสามารถใช้ประโยชน์จากการกระทำนั้น เพื่อพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับการโจมตีที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายได้” น.ส. เอเลน กล่าว
ขณะที่ นายรักชาติ สุวรรณ์ ผู้นำเครือข่ายชาวพุทธเพื่อสันติ กล่าวว่า “จากเหตุระเบิดคาร์บอมบ์ที่บริเวณแฟลตตำรวจ นราธิวาส… เป็นพลเรือน 20 ราย ในจำนวนนี้ มีเด็กอายุ 10 เดือน 1 ราย, อายุ 1 ปี 1 ราย, อายุ 11 ปี 1 ราย และเป็นสุภาพสตรี 13 ราย ซึ่งเป็นการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นการกระทำที่เล็งเห็นถึงผลกระทบต่อเป้าหมายพลเรือน… ขอประณามการก่อเหตุในครั้งนี้”
ในวันเดียวกันนี้ คณะพูดคุยเพื่อสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้ประณามผู้ก่อเหตุเช่นกัน
“ขอประณามการใช้ความรุนแรงของผู้เกี่ยวข้องกับการก่อเหตุดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใดหรือผู้ใดก็ตาม เนื่องจากเป็นการกระทำต่อพลเรือนและเป้าหมายอ่อนแอ ซึ่งละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิมนุษยชน และหลักมนุษยธรรม”
ส่วนนายกัสตูรี มาห์โกตา ประธานองค์การปลดปล่อยสหปาตานี (PULO) กล่าวกับเบนาร์นิวส์ว่า “พูโลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยต่อเหตุที่เกิดขึ้น”
ช่วยเหลือผู้ได้รับความเสียหาย
ในวันนี้ ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือเยียวยา จังหวัดนราธิวาส ได้สรุปตัวเลขผู้ได้รับบาดเจ็บว่ามีจำนวนทั้งสิ้น 45 คน และมีผู้เสียชีวิต 1 คน ซึ่งในการช่วยเหลือเยียวยาในเบื้องต้นนั้น ทางการจะมอบเงินให้ผู้บาดเจ็บเล็กน้อยรายละ 10,000 บาท ผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสรายละ 50,000 บาท ส่วนครอบครัวผู้เสียชีวิต ได้รับเงิน 500,000 บาท
ในวันเดียวกันนี้ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. พร้อมคณะ ได้เดินทางไปที่ โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ เพื่อตรวจเยี่ยมผู้บาดเจ็บทุกราย พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และในเบื้องต้นได้เสนอปูนบำเหน็จความดีความชอบตอบแทนผู้เสียชีวิตเป็นกรณีพิเศษ และมอบเงินให้รวมแล้วเป็นเงินประมาณ 3,774,760 บาท
เมื่อวานนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวผ่านทางโฆษกรัฐบาลว่า ตนมีความห่วงใยต่อประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บ พร้อมแสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และย้ำให้เร่งดำเนินการสืบสวนหาสาเหตุ และดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ก่อเหตุโดยเร็ว
เจ้าหน้าที่ทำความสะอาดพื้นที่บริเวณนอกแฟลตตำรวจ ในตัวเมืองนราธิวาส หนึ่งวันหลังจากคนร้ายวางระเบิดคาร์บอมบ์ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2565 (เอเอฟพี)
ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยหนึ่งราย
ในวันพุธนี้ พล.ท. ศานติ แม่ทัพภาคที่ 4 และพล.ต. ปราโมทย์ พรหมอินทร์ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้เร่งเก็บซากรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และซากปรักหักพังต่าง ๆ
“เหตุการณ์ครั้งนี้เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อให้เกิดเหตุการณ์ความวุ่นวายในพื้นที่เมือง” พล.ท. ศานติ กล่าว
ด้าน พล.ต. ปราโมทย์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า มีความคืบหน้าในการพยายามหาตัวคนร้ายบ้างแล้ว
“ขณะนี้ได้ความคืบหน้ามาบ้างแล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างขยายผล แต่เบื้องต้นพบว่ารถยนต์คันเกิดเหตุนั้น เป็นรถยนต์ที่ไม่ได้ถูกโจรกรรมมา ซึ่งจะต้องตรวจสอบความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของรถยนต์กับผู้ก่อเหตุ แต่เบื้องต้นก็ต้องเป็นกลุ่มก่อเหตุความรุนแรง” พล.ต. ปราโมทย์ กล่าว
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบได้สืบทราบมาว่ารถยนต์ที่ใช้เป็นคาร์บอมบ์คันดังกล่าว เป็นรถยนต์ที่ขายผ่านเต็นท์รถมือสอง ในอำเภอยะรัง ปัตตานี ซึ่งมี น.ส. ไซนะ ดีสะเอะ เป็นนายหน้าซื้อขาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ยะรัง จึงได้เชิญ น.ส. ไซนะ ไปสอบสวนเพื่อขยายผลต่อไป
ในส่วนของการติดตามไล่ล่าคนร้าย เจ้าหน้าที่ได้เปิดยุทธการปิดล้อมตรวจค้นทุกพื้นที่เป้าหมายที่คาดว่าคนร้ายที่ก่อเหตุและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอาจหลบซ่อน
เมื่อตอนดึกของคืนวานนี้ เจ้าหน้าที่ปิดล้อมตรวจค้นบ้านพักของเป้าหมายในบ้านจ่ากอง ตำบลปะเสยะวอ อ.สายบุรี จ.ปัตตานี สามารถควบคุม นายอีราฮัม เปาะโน๊ะ อายุ 30 ปี นำตัวส่งศูนย์ซักถาม ฉก.ทพ 46 เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถาม และขยายผลต่อไป